You are here: Home » ประวัติคนในสามก๊ก » ประวัติลกซุน

ประวัติลกซุน

Lu_Xun_-_RTKXII

ลกซุน ชื่อรองป้อเอี๋ยน เดิมชื่อลกอี้เป็นชาวเมืองง่อ ลกซุนเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงที่สุดตระกูลหนี่งในแถบตะวันออกของแม่น้ำแยงซี ลกซุนกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก จึงอาศัยอยู่กับลกคังปู่ใหญ่ของเขาซึ่งเป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง เมื่อลกคังได้ข่าวว่าอ้วนสุดซึ่งไม่พอใจเขาจะโจมตีเมืองโลกั๋ง เขาจึงส่งลกซุนและครอบครัวของเขากลับไปที่ง่อเพื่อความปลอดภัย เพราะว่าลกซุนแก่กว่าลูกชายของเขาลกจี๋อยู่หลายปี ลกคังจึงฝากฝังให้ลกซุนมีหน้าที่ดูแลครอบครัวของเขา

เมื่อซุนกวนได้รับตำแหน่งแม่ทัพ ลกซุนซึ่งอายุ 21 ปีในตอนนั้นได้เริ่มรับราชการอยู่ในสังกัดของซุนกวน โดยมีหน้าที่เป็นขุนนางให้คำปรึกษาในศาลทหารของซุนกวน หลังจากนั้น เขาได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการณ์ที่ป้อมไฮฉางและดูแลราชการอำเภอนั้นด้วย อำเภอไฮฉางนั้นเดือดร้อนจากฤดูแล้งมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ลกซุนจึงเปิดคลังเสบียงเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่อดหยาก ออกมาให้กำลังใจชาวบ้านและควบคุมการเพาะปลูก ชาวบ้านได้รับประโยชน์จากการปกครองของเขาอย่างมาก ในเวลานั้นมีโจรผู้ร้ายมากมายที่อพยพมาตั้งค่ายปล้นสดมภ์ที่เมืองง่อ เมืองห้อยแข และเมืองตันเอี๋ยง ลกซุนร้องขอซุนกวนให้ปราบปรามเหล่าโจรเหล่านั้น โดยแจกแจงผลดีของการปราบปรามโจร ซุนกวนจึงมอบหมายให้ลกซุนคุมทหารไปปราบโจร ลกซุนนำกำลังทหารเข้าตีค่ายโจรของ พานหลินในเมืองห้อยแข พานหลินเป็นวายร้ายตัวฉกาจที่สร้างความเดือดร้อนให้ห้อยแขอย่างมาก เขาหลบหนีการจับกุมมาได้หลายปี เมื่อลกซุนสามารถปราบพานหลินได้ เขาจึงได้ความดีความชอบและได้รับทหารในสังกัดเพิ่มเป็นสองพันคน หลังจากนั้นหยูตู้หัวหน้าโจรที่กวนหยงก่อกบฏขึ้น ลกซุนก็ยกทัพไปปราบ ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนพลรักษาการณ์เมืองลิปู

ซุนกวนจัด พิธีแต่งงานให้กับลกซุน โดยจัดให้ลกซุนได้แต่งงานกับลูกสาวของซุนเซ็ก พี่ชายของเขา และมักจะรับฟังคำแนะนำของลกซุนในภารกิจหลายอย่างของง่อ ครั้งหนึ่งลกซุนเคยให้คำแนะนำว่า ตอนนี้เหล่าผู้ครองเมืองต่างตั้งตนเป็นใหญ่ พวกเขาต่างพากันดูท่าทีว่าใครจะเพลี่ยงพล้ำเพื่อที่จะยึดดินแดน ดังนั้นในการที่จะปราบศัตรู เราควรที่จะหาคนดีมีฝีมือมาช่วยเรา อย่างไรก็ดี เผ่าซานยื่อ เป็นชนเผ่าที่แข็งแกร่งและรู้จักภูมิประเทศเป็นอย่างดี ถ้าเราไม่สามารถปราบปรามเผ่านี้ลงได้ เราก็ไม่สามารถคิดการใหญ่ต่อไปได้ เราควรที่จะยกทัพไปปราบชนเผ่าและชักจูงคนดีมีฝีมือในพวกเขาให้มารับใช้ฝ่าย เรา ซุนกวนเห็นด้วยกับแผนนี้ตั้งให้เขาเป็นแม่ทัพขวา ในเวลานั้น เฟยซาน หัวหน้าโจรในเมืองตันเอี๋ยงได้รับตราตั้งให้เป็นเจ้าเมืองจากโจโฉ  เฟยซานจึงปลุกระดมเผ่าชานเย่ว์ ให้เข้าร่วมกับเขาก่อการยึดเมือง ซุนกวนจึงสั่งให้ลกซุนเข้าโจมตีเฟยซาน เนื่องจากเฟยซานมีกำลังทหารมากกว่าลกซุน ลกซุนจึงสั่งให้ทัพของเขาทำธงศึกมากมายและส่งพลตีกลองและเป่าแตรศึกกระจายไป ในหลายพื้นที่ ความมืดช่วยทำให้พวกเขาสามารถแฝงกายกระจายไปทั่วหุบเขา ลกซุนสั่งให้เป่าแตรศึกเหมือนสั่งการให้ยกทัพเข้าตี ทัพข้าศึกเกิดความหวาดระแวงจึงถอยทัพไปในทันที ลกซุนจึงตั้งทัพของเขาในตำบลแถบนั้น ทำการเกณฑ์ทหารจากท้องถิ่น ทหารที่อ่อนแอก็ส่งไปทำการเพราะปลูก การเกณฑ์ทหารนี้ทำให้ลกซุนได้ทหารชั้นดีหลายหมื่นคนและโจมตีโจรกบฏพ่ายแพ้ไป ในที่สุด ที่ใดที่ลกซุนยกทัพไป โจรกบฏจะถูกจัดการราบคาบ เมื่อปราบโจรแล้ว ลกซุนจึงกลับไปที่ป้อมในทะเลสาบง่อ

ชุนหยูชิเจ้าเมืองห้อยแข ได้รายงานต่อซุนกวนว่าลกซุนทำการเกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นทหารโดยไม่จำเป็น ทำให้เมืองไม่มีความสงบสุข หลังจากนั้นลกซุนจึงกลับไปรายงานที่เมืองหลวง เมื่อได้พูดคุยกับซุนกวน ลกซุนทำการชมเชยชุนหยูชิอย่างมาก ซุนกวนจึงถามว่าชุนหยูชิกล่าวหาเจ้าทำตัวไม่เหมาะสมแต่เจ้ากลับชมเชยเขาเพื่ออะไร ลกซุนตอบว่าชุนหยูชิมีจิตใจห่วงใยราษฎร ดังนั้นเขาจึงกล่าวหาข้า มันเป็นการไม่สมควรที่ข้าจะให้ท่านตำหนิเขา ซุนกวนจึงว่า ท่านช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้ คนทั่วไปไม่มีทางทำได้อย่างท่านแน่ ๆ

เมื่อ ลิบองเกิดเจ็บป่วยต้องการไปพบซุนกวนที่เมืองเกี๋ยนเงียบเพื่อขอลาไปรักษาตัว ลกซุนจึงไปหาเขาพูดว่า กวนอูคอยสอดแนมเรื่องราวของฝั่งเราอย่างใกล้ชิด คอยหาโอกาสที่จะโจมตี ทำไมเราถึงไม่คิดแผนระยะยาวที่จะโจมตีเขากลับ ลิบองจึงว่าท่านพูดเช่นนี้ถูกต้องแล้ว แต่ข้ายังเจ็บป่วยอยู่ ลกซุนจึงว่า กวนอูภูมิใจในชื่อเสียงเกียรติยศของเขา มักจะดูถูกผู้อื่นเสมอ ทั้งที่เขาทำวีรกรรมไม่กี่ครั้ง เวลานี้กวนอูยโสโอหังยิ่งนัก คิดที่จะตีขึ้นเหนือ(วุย)เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเขาจึงไม่ระแวงการเคลื่อนไหวฝ่ายเรา เมื่อเขาได้รู้ถึงโรคของท่าน เขาจะต้องลดการป้องกันชายแดนติดเมืองเราแน่ ถ้าเราใช้โอกาสนี้โจมตีโดยกวนอูไม่ทันระวัง จะต้องจับตัวเขาได้อย่างง่ายดาย ควรที่ท่านจะปรึกษาซุนกวนและวางแผนจัดการกวนอู

กวนอูนั้นมีชื่อเสียง ในความกล้าหาญ เป็นศัตรูที่ยากแก่การจัดการ ตั้งแต่เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว ก็ปฏิบัติต่อชาวบ้านอย่างดี ชาวบ้านมีน้ำใจรักกวนอูยิ่งนัก ยิ่งกว่านั้นทหารกวนอูยังมีขวัญกำลังใจดีจากการเอาชนะทัพของอิกิ๋มและบัง เต็ก มันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการเขาในเวลานี้

ลิบองเดินทางเข้าเมือง หลวงของง่อ เมื่อพบซุนกวน ซุนกวนถามถึงแผนการเขาว่า ท่านคิดว่าใครเหมาะสมที่จะรักษาการณ์เมืองเกี๋ยนเงียบแทนท่าน ลิบองตอบว่า ลกซุนเป็นคนที่มีแผนการลึกล้ำยิ่งนัก และมีความสามารถที่จะรับผิดชอบหน้าที่ที่สำคัญ เมื่อดูสติปัญญาของเขาแล้ว เขาคิดว่าเขาเป็นคนเดียวที่สามารถรับผิดชอบหน้าที่นี้ได้ และชื่อเสียงของเขาก็ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก กวนอูย่อมไม่ระแวงในตัวเขา สถานการณ์ไม่อาจดีไปกว่านี้อีกแล้ว ถ้าเขารับหน้าที่นี้ กวนอูย่อมไม่สงสัยแผนการของเรา ส่วนฝั่งเราก็รอโอกาสอันดีที่จะโจมตีกวนอู ซุนกวนจึงแต่งตั้งให้ลกซุนทำหน้าที่แทนลิบอง

ทันทีที่ลกซุนมาถึงเมืองลกเค้า เขาเขียนจดหมายถึงกวนอูว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน ข้ามีโอกาสดีที่ได้ประจักษ์กับตาตัวเองถึงชัยชนะของท่าน ท่านนำทัพด้วยความเข้มแข็งมีระเบียบวินัย ได้ชัยชนะใหญ่หลวงด้วยความพยายามเพียงน้อยนิด ช่างเป็นชัยชนะที่หมดจรดงดงามมาก

เวลานี้ศัตรูของเราพ่ายแพ้ไปแล้ว เป็นการดีที่เราจะพบกันเพื่อเป็นพันธมิตรกัน หลังจากได้รับข่าวชัยชนะของท่าน ข้าก็เปลี่ยนใจในหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย คิดถึงแต่การนำทัพเหมือนอย่างท่านไปพิชิตศัตรู ทำให้ความปรารถนาของนายเราสองฝ่ายเป็นความจริง ไม่นานมานี้ ข้าได้รับมอบหมายให้มาดูแลเมืองลกเค้า ข้ารู้สึกว่าข้าไม่มีความสามารถพอที่จะรับตำแหน่งนี้ เนื่องจากข้าได้รู้ถึงเกียรติยศของท่าน กองทัพที่เก่งกล้าไร้จุดอ่อนของท่าน และคำแนะนำของท่านก็เป็นสิ่งที่ข้าจดจำขึ้นใจ

เมื่ออิกิ๋มถูกท่านจับตัวได้ ทุกผู้คนในดินแดนแถบนี้ต่างพากันสรรเสริญชัยชนะของท่าน ชัยชนะใด ๆ ในอดีตไม่อาจเทียบความสำเร็จของท่านได้เลย ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะของจิ้นเหวินกงที่ชนะรัฐฉู่ หรือชัยชนะของหันซิ่นที่มีต่อรัฐจ้าว

ข้าได้รับข่าวว่า ซิหลงและทัพของเขาตั้งค่ายใกล้ ๆ นี้เตรียมพร้อมที่จะโจมตี แม้ว่าจะมีกำลังไม่มาก แต่โจโฉเป็นวายร้ายตัวฉกาจ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเขาคิดการใดในใจ ยิ่งเขาเจ็บแค้นที่อิกิ๋มพ่ายแพ้ต่อท่าน ข้ากลัวว่าโจโฉจะเพิ่มกำลังกองทัพของซิหลงเพื่อที่จะมุ่งร้ายต่อท่าน แม้ว่ากองทัพของเขาจะเหนื่อยล้า แต่พวกเขาก็เป็นกองทหารที่แข็งแกร่ง ในการศึกที่ได้ชัยชนะ สิ่งหนึ่งที่อันตรายคือการประเมินข้าศึกที่พ่ายแพ้ต่ำไป ในประวัติศาสตร์ผู้ได้ชัยชนะที่มีความรู้ในพิชัยยุทธดีมักจะระมัดระวังในการ ป้องกันเสมอแม้ว่าจะได้ชัยชนะแล้ว ข้าขอร้องต่อท่าน ได้โปรดดำเนินการเพื่อมั่นใจว่าท่านได้ชัยชนะเด็ดขาด

ข้าเองเป็น เพียงขุนนางฝ่ายการเมืองศึกษาตำรา ไม่มีความรู้เรื่องกองทัพ ไม่เฉลียวฉลาดพอและไม่เหมาะสมกับตำแหน่งในตอนนี้ แต่ข้ารู้สึกปลี้มปิติที่ได้อยู่เคียงข้างบุคคลที่สง่าผ่าเผยและมีศีลธรรม อันดีเช่นท่าน ข้ารู้สึกยินดียิ่งนัก แม้ว่าเราจะยังไม่มีโอกาสได้ร่วมมือกัน แต่ข้าจะคิดถึงท่านเสมอ ข้าเขียนจดหมายฉบันนี้มาถึงท่านเพื่อแสดงความรู้สึกในใจที่ข้ามีต่อท่าน ขอท่านได้โปรดเข้าใจด้วย

เมื่อกวนอูได้อ่านจดหมายลกซุน เขารู้สึกว่าลกซุนถ่อมตัวและให้ความเคารพเขาอย่างมากมาย และปรารถนาที่จะทำการคล้อยตามความคิดของเขา กวนอูจึงรู้สึกสบายใจและไม่คิดว่าลกซุนจะคุมคามอะไรเขา เมื่อทราบข่าวลกซุนรายงานต่อถึงซุนกวน รายแผนการที่จะจับตัวกวนอู ซุนกวนลอบส่งกองทัพล่องตามแม่น้ำและตั้งให้ลกซุนและลิบองเป็นแม่ทัพหน้า หลังจากฝ่ายง่อยกทัพมาไม่นานนัก พวกเขาก็สามารถยึดเมืองกังอั๋นและลำกุ๋นได้ ลกซุนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองอี้ตู้ และตำแหน่งแม่ทัพและพระยาแห่ง Huating ในเวลานั้น Fan You เจ้าเมือง Yidu ของเล่าปี่และเหล่าผู้นำอำเภอส่วนใหญ่รวมทั้งชนเผ่าต่าง ๆ ในอี้ตู้ ได้แปรพักตร์มาอยู่กับฝ่ายง่อ ลกซุนจึงร้องขอให้ทำตราตั้งทอง เงินและทองแดงมอบแก่ผู้มาสวามิภักดิ์ในครั้งนี้

แล้วลกซุนจึงส่งแม่ทัพลิอี้กับแม่ทัพXie Sheng นำทหารสามพันเข้าตี Zhan Yan และ Chen Feng ของฝ่ายจ๊ก ลิอี้นำทัพเรือส่วน Xie Sheng นำทัพบก พวกเขาตั้งค่ายขวางการเดินทัพและยกทัพเข้าตีเมือง Zhan Yan และ Chen Feng พ่ายแพ้ Chen Feng ถูกจับและยอมแพ้ในที่สุด หลังจากนั้นทัพง่อก็ยกทัพเข้าตี Deng Fu เจ้าเมือง Fangling และ Guo Mu เจ้าเมือง Nanxiang ซึ่งได้ชัยชนะอย่างง่ายดาย ใน จีกุ๋ย บุนบูและเตงไก่ผู้นำชุมชนนั้นรวบรวมชาวบ้านหลายพันขึ้นต่อสู้ ลกซุนจัดกองทัพและสั่งให้ Xie Sheng เข้าโจมตบุนบูและเตงไก่ จนทั้งสองต้องหลบหนีไปและกลายเป็นขุนนางของฝ่ายจ๊ก ลกซุนส่งคนไปเกลี้ยกล่อมให้ทั้งสองกลับสู่บ้านเกิดตัวเอง บุนบูยอมนำทหารกลับมาสวามิภักดิ์ต่อฝ่ายง่อ สงครามนี้ฝ่ายง่อได้เชลยศึกหลายหมื่น ซึ่งรับบางส่วนเข้าเป็นทหารและคนที่ไม่ยอมจำนนก็ถูกประหารชีวิต ซุนกวนแต่งตั้งให้ลกซุนเป็นแม่ทัพขวาและพระยาแห่งลั่ว

ในช่วงนั้น มีบัณฑิตผู้มีความสามารถหลายคนเพิ่งเข้ากับฝ่ายง่อ บางคนได้รับตำแหน่งขุนนางแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่มีตำแหน่งขุนนาง ลกซุนจึงแนะนำว่า ในอดีต หลิวปังได้จ้างคนดีมีความสามารถมากมาย และฮ่องเต้ฮั่นกองบู๊ได้กอบกู้ราชวงศ์ ชักจูงผู้มีความสามารถร่วมก่อการ เมื่อเหล่าคนดีมีความสามารถเหล่านี้เดินทางระยะทางไกลมาเข้าร่วมกับเรา เวลานี้เราก็ยึดครองเกงจิ๋วได้แล้ว มีคนดีมีความสามารถมากมายที่ผู้คนประจักษ์ในความสามารถของเขา แม้ว่าตัวข้าจะโง่เขลา ข้าวิงวองต่อนายท่านให้แต่งตั้งคนเหล่านี้เป็นขุนนางของเรา แล้วคนดีมีฝีมือทั่วทั้งแผ่นดินเมื่อได้รู้ข่าว ย่อมอยากที่จะเข้าร่วมกับเรา ซุนกวนเชื่อคำแนะนำของลกซุนสั่งมอบหมายตำแหน่งแก่คนเหล่านั้น

ในปี แรกของ Huangwu (AD 222) เล่าปี่ยกทัพใหญ่เข้าโจมตีชายแดนตะวันตกของง่อ ซุนกวนแต่งตั้งลกซุนเป็นแม่ทัพใหญ่และมอบอำนาจสิทธิ์ขาดในกองทัพ พร้อมแม่ทัพ จูเหียน พัวเจี้ยง ซงเขียม ชีเซ่ง เซียนหยูต้าน ซุนหวน นำทัพห้าหมื่นคนเข้าต่อสู้กับทัพเล่าปี่ เล่าปี่ตั้งค่ายของเขาเรียงรายตั้งแต่เจียนผิงชายแดนเมืองง่อ จนถึงชายแดนอิเหลง เล่าปี่ตั้งกองทัพย่อย ๆ หลายสิบทัพ และชักชวนชนเผ่าต่าง ๆ ให้เข้าร่วมทัพโดยเสนอเงินทองและลาภยศให้ เล่าปี่แต่งตั้งให้ปองสิบเป็นแม่ทัพใหญ่ เตียวหลำเป็นแม่ทัพหน้า ฟูกวง เตียวหยง เลียวซุน ฟูหยงเป็นปลัดทัพ เล่าปี่สั่งให้ งอปั้นนำทัพหลายพันคนนำหน้าไปตั้งค่ายในที่สูงและยั่วยุฝ่ายง่อให้ทำศึก เหล่าแม่ทัพนายกองของง่อต่างต้องการนำทัพของตัวเองเข้าตีงอปั้น ลกซุนบอกว่า นี่ต้องเป็นอุบาย ขอให้ท่านจงสังเกตดูต่อไป หลังจากรู้ว่าเล่าปี่ส่งทัพแปดพันคนซุ่มรอโจมตีในหุบเขา ลกซุนจึงบอกว่านี่คือเหตุผลที่ข้าไม่เชื่อคำแนะนำพวกท่านเพราะข้าคาดไว้แล้ว ว่าต้องมีทัพซุ่มอยู่ (เมื่อบรรดาเหล่าแม่ทัพต้องการโจมตีลกซุน แต่ลกซุนไม่ต้องการทำเช่นนั้น เขากล่าวว่า เล่าปี่นำทัพจากตะวันตกมาด้วยตัวเอง ขวัญกำลังใจทหารก็ยังดีอยู่ แถมยังตั้งทัพในที่สูงและสร้างสิ่งกีดขวางมากมาย การเข้าโจมตีย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย และแม้ว่าเราสามารถเอาชนะทัพงอปั้น ทัพงอปั้นก็เป็นเพียงทัพเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อทัพใหญ่ของเล่าปี่ ถ้าเราโจมตีไม่สำเร็จ ฝ่ายง่อเราต้องตกอยู่ในอันตราย เวลานี้เราควรให้รางวัลและปลุกระดมขวัญกำลังใจทหาร วางแผนคิดกลยุทธ และสอดแนมการเคลื่อนไหวศัตรู ถ้าการรบครั้งนี้ทำในที่ราบ เราควรต้องระวังในการสูญเสียไพร่พลในการสู้รบ แต่ทัพเล่าปี่ยกทัพผ่านเทือกเขา ทำให้การเคลื่อนทัพเป็นไปอย่างลำบาก ศัตรูไม่สามารถขนอาวุธยุทโธปกรณ์ผ่านป่าและหุบเขาได้อย่างสะดวก เราควรใช้จุดอ่อนนี้ค่อย ๆ เอาชนะฝ่ายศัตรู เหล่าบรรดาแม่ทัพต่างไม่เข้าใจ คิดว่าลกซุนกลัวเล่าปี่ ต่างพากันผิดหวังและโกรธ)

ลกซุนบอกกับ ซุนกวนว่า อิเหลงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพราะเมื่อผ่านจุดนี้ ทัพเล่าปี่จะสามารถยกทัพเข้าโจมตีดินแดนง่อของเราโดยสะดวก แม้ว่าเราสามารถยึดครองได้ง่ายดาย แต่การรักษาไว้เป็นเรื่องยาก การเสียอิเหลงเหมือนสูญเสียดินแดนง่อทั้งหมด จะทำให้เกงจิ๋วต้องอยู่ในอันตราย ถ้าเราต้องสู้เราต้องได้รับชัยชนะเด็ดขาด เล่าปี่ฝืนลิขิตสวรรค์ละทิ้งการป้องกันจ๊ก ยกทัพมาบุกโจมตีเรา ตัวข้าแม้ไร้ความสามารถ แต่อาศัยบุญบารมีและอำนาจของซุนกวน จะยกทัพเข้าสู้กับทัพเล่าปี่ ทัพเล่าปี่จะถูกทำลายย่อยยับในไม่ช้า

หลัง จากสอดแนมการนำทัพของเล่าปี่หลายครั้ง ข้าเห็นจุดอ่อนมากมายในกองทัพเล่าปี่ดังนั้น ทัพเล่าปี่แม้จะมีจำนวนมากก็ไม่น่ากลัว ข้าเองกังวลว่าเล่าปี่จะยกทัพบุกมาทั้งทางบกทางน้ำ แต่เล่าปี่กลับไม่ใช้ทัพเรือใช้เพียงทัพบก และตั้งค่ายเรียงรายไปทั่ว การนำทัพของเล่าปี่มักจะเป็นดังนี้และคิดว่าไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน ขอนายท่านได้โปรดสบายใจ อย่าได้โปรดกังวลอีกต่อไป

เหล่าแม่ทัพง่อ ต่างพากันพูดว่า เราควรที่จะโจมตีเล่าปี่ก่อนหน้านี้ เวลานี้ของเล่าปี่นั้นอยู่ห่างจากชายแดนเราเพียงห้าหกร้อยลี้ ทัพทั้งสองก็ประจันหน้ากันมาเจ็ดแปดเดือนแล้ว ในเวลานี้เล่าปี่ต้องมีการป้องกันอย่างหนาแน่นในจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ การโจมตีตอนนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ ลกซุนตอบว่า เล่าปี่เป็นคนเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก มีประสบการณ์ในสงครามหลายต่อหลายครั้ง เมื่อเขายกทัพมาใหม่ ๆ ต้องมีความต้องการแน่วแน่ที่จะต่อสู้กับเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะทัพเล่าปี่ แต่เวลานี้ ทัพศัตรูตั้งค่ายประจันหน้ากับเราเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่อาจรุกคืบหน้าเข้ามาในดินแดนเราได้ พวกเขาย่อมอ่อนล้าและสูญเสียกำลังใจ กองทัพของเราได้รายล้อมข้าศึกไว้แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแก่การจับตัวเล่าปี่ ลกซุนพยายามโจมตีค่ายหนึ่งของเล่าปี่ แต่พ่ายแพ้ เหล่าแม่ทัพง่อต่างพูดว่า เป็นการส่งทหารไปตายแท้ ๆ ลกซุนก็เอ่ยว่า ข้ามีแผนที่จะเอาชนะเล่าปี่แล้ว แล้วลกซุนก็สั่งการให้แม่ทัพทุกคนใช้คบไฟเข้าโจมตีค่ายของเล่าปี่ ทันทีที่การโจมตีด้วยไฟได้ผล ลกซุนนำทัพทั้งหมดเข้าโจมตี สังหาร เตียวหลำ ปองสิบ สะโมโข และแม่ทัพฝ่ายจ๊กมากมาย ทำลายค่ายสี่สิบกว่าค่ายของเล่าปี่ ตู้ลู่และหลิวหนิง และแม่ทัพหลายคนของจ๊กถูกบังคับให้ยอมแพ้ เล่าปี่ถอยทัพขึ้นภูเขา Ma’an และตั้งทหารป้องกันไว้หลายจุด ลกซุนสั่งให้ทหารเข้าโจมตีจากทุกทาง เนื่องจากทหารเล่าปี่พ่ายแพ้มาและบาดเจ็บจากเพลิง ทำให้ทัพเล่าปี่พ่ายแพ้อีกครั้ง สูญเสียทหารหลายหมื่นคน เล่าปี่ลอบหนีไปในเวลากลางคืน โดยอาศัยเส้นทางนำสารของตัวเองที่สร้างค่ายเล็ก ๆ ไว้ อาศัยม้าในค่ายนำสารหลบหนี พร้อมกับเผาค่ายทิ้งเพื่อป้องกันฝ่ายง่อตามโจมตี เล่าปี่หนีรอดอย่างหวุดหวิดไปเมืองเป๊กเต้ ฝ่ายง่อยึดเรือรบ อาวุธและได้เชลยศึกจำนวนมาก ศพทหารจ๊กลอยเกลื่อนในแม่น้ำแยงซี เล่าปี่โกรธแค้นและอับอายมาก เขาตะโกนว่า ลกซุนลบหลู่เกียรติยศของข้า นี่เป็นลิขิตสวรรค์หรือไร

ก่อนหน้านั้น ซุนหวนได้รับคำสั่งให้นำกำลังส่วนหนึ่งเข้าโจมตีทัพหน้าของเล่าปี่ที่ Yidao เขาถูกล้อมโดยทัพของเล่าปี่ และส่งสารถึงลกซุนขอความช่วยเหลือ ลกซุนบอกว่ายังไม่ถึงเวลา เหล่าแม่ทัพง่อต่างพูดว่า ซุนหวน แม่ทัพรักษาความสงบตะวันออก เป็นหลานของซุนกวน เมื่อรู้ว่าเขาถูกล้อมอยู่ ทำไมถึงไม่ส่งคนไปช่วยเหลือ ลกซุนตอบว่า แม่ทัพซุนหวนนั้นเป็นคนดี ลูกน้องต่างพากันรักใคร่ อีกทั้งกำแพงเมืองก็ยังแข็งแกร่ง เสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่น่าวิตก ถ้าแผนของข้าสำเร็จ ถึงเราไม่ส่งทัพสนับสนุนไป ซุนหวนย่อมทำลายวงล้อมศัตรูได้เอง เมื่อแผนลกซุนสำเร็จ ทัพเล่าปี่พ่ายแพ้ย่อยยับต้องหนีไป หลังจากนั้นซุนหวนได้พบกับลกซุนพูดว่า ตอนแรกข้ามีอคติกับท่านเมื่อท่านไม่ส่งทัพหนุนมาช่วยข้า แต่เวลานี้เมื่อข้าได้เห็นชัยชนะของเรา ข้าเข้าใจแล้วว่าท่านได้วางแผนเป็นอย่างดี

ในช่วงที่ฝ่ายง่อป้องกัน การโจมตีทัพเล่าปี่ แม่ทัพหลายคนที่เคยรับใช้ตั้งแต่สมัยซุนเซ็ก หรือแม่ทัพที่เป็นคนในตระกูลซุน ล้วนแต่หยิ่งยโส พวกเขาปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือแก่คำสั่งลกซุน ลกซุนจึงยกดาบขึ้นบนโต๊ะพูดว่า เล่าปี่นั้นมีชื่อเสียงมาก แม้แต่โจโฉเองก็ยังกลัวเขา เวลานี้เล่าปี่บุกมารุกรานเราถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของก๊กเรา พวกเราทุกคนที่ได้รับเบี้ยหวัดจากซุนกวน ควรที่จะสามัคคีต่อสู้ร่วมกันเพื่อตอบแทนซุนกวน แม้ว่าตัวข้าจะเป็นเพียงบัณฑิต แต่ข้าได้รับคำสั่งจากซุนกวน พวกท่านอาจไม่สบายใจที่ต้องรับคำสั่งจากข้า แต่ข้าเองมีถ้อยคำที่อยากให้ท่านได้รับรู้และเปลี่ยนใจ ข้าเองพยายามที่จะรับผิดชอบในภาระหน้าที่ที่สำคัญนี้ เราทุกคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง พวกเราไม่อาจละทิ้งหน้าที่ของเราได้ กฎอัยการศึกเป็นสิ่งที่สำคัญและไม่อาจผ่อนปรนได้ ขออย่าได้พยายามฝืนกฏกองทัพ อย่างไรก็ตามเมื่อแม่ทัพทั้งหมดได้เห็นการพ่ายแพ้ของทัพเล่าปี่จากการวางแผน อันชาญฉลาดของลกซุน ต่างก็พากันเคารพลกซูน

เมื่อซุนกวนได้ทราบข่าว จึงพูดกับลกซุนว่า ทำไมเจ้าไม่รายงานข้าทันทีว่า เหล่าแม่ทัพไม่เชื่อสั่งคำสั่งเจ้า ลกซุนตอบว่า ตัวข้าได้รับความกรุณาของท่านอย่างหาที่สุดมิได้รวมทั้งการแต่งตั้งตำแหน่ง ที่เกินความสามารถของข้า ยิ่งกว่านั้นแม่ทัพที่ไม่พอใจหลายคนอยู่กับง่อมานาน เป็นเหมือนขวัญและกำลังใจของก๊กเรา หลายคนต่อสู้ข้าศึกเพื่อก๊กเราหลายต่อหลายครั้ง ที่เหลือก็ล้วนแต่มีผลงานกับง่อมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พวกเขาล้วนเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่งที่เราจะขาดไม่ได้ แม้ว่าข้าไม่มีความสามารถมากนัก แต่ก็พยายามเลียนแบบหลินเซียงหยูและคูซุ่นพยายามที่จะทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อผลประโยชน์ของก๊ก ซุนกวนหัวเราะและชมเชยเขาอย่างมาก ตั้งให้เขาเป็นแม่ทัพและเจ้าเมืองเกงจิ๋ว และตั้งให้เขาเป็นพระยาแห่งกังเหลง

หลังจากเล่าปี่หนีไปอยู่ที่เมือง เป๊กเต้ ชีเซ่ง พัวเจี้ยง ซงเหียนและแม่ทัพคนอื่นแนะนำซุนกวนว่าสามารถจับตัวเล่าปี่ได้ ให้ตามโจมตีต่อไป ซุนกวนถามคำแนะนำของลกซุนซึ่งเห็นด้วยกับจูเหียนและล่อถง ว่าโจผีกำลังระดมทัพใหญ่อ้างว่ามาช่วยง่อโจมตีเล่าปี่ แต่ที่จริงน่าจะมีแผนการเบื้องหลัง ด้วยเหตุนี้ลกซุนจึงตัดสินใจถอยทัพอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก กองทัพวุยก็ยกทัพมาตีทัพง่อถึงสามทาง (เมื่อเล่าปี่ได้ข่าวทัพวุยยกทัพตีง่อถึงสามทาง เขาเขียนจดหมายหาลกซุนว่า วุยยกทัพมาถึงจุดเชื่อมระหว่างแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำฮั่น ถ้าข้ายกอีกทัพจากตะวันออก ท่านคิดว่าข้าจะได้ชัยหรือไม่ ลกซุนตอบว่า ข้ากลัวว่าท่านคงต้องพยายามฟื้นฟูกองทัพจากการพ่ายแพ้ครั้งก่อน นี่ควรเป็นเวลาที่เราจะสานสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกันอีกครั้ง เพื่อความสงบสุขและฟื้นฟูกองทัพ นี่ไม่ใช่เวลาที่ท่านจะยกทัพมาโจมตี ถ้าท่านไม่พิจารณาให้รอบคอบ และพยายามโจมตีอีกครั้งด้วยทัพของท่านทั้งหมด ทหารของท่านย่อมไม่เต็มใจที่จะสู้เพื่อท่านและจะพยายามหนีเอาตัวรอดรักษา ชีวิต

ไม่นานหลังจากนั้น เล่าปี่เสียชีวิตจากโรคภัย เล่าเสี้ยนได้ขึ้นครองราชย์แทน ขงเบ้งถูกแต่งตั้งให้ดูแลกิจการบ้านเมือง ขงเบ้งพยายามเป็นพันธมิตรกับซุนกวนอีกครั้ง ซุนกวนส่งจดหมายของขงเบ้งให้ลกซุนตอบกลับ ซุนกวนสั่งให้ทำตราหยกเหมือนอย่างตราหยกประจำตำแหน่งของเขาแล้วให้ตราหยก นั้นแก่ลกซุน ทุกครั้งที่ซุนกวนจะส่งจดหมายถึงเล่าเสี้ยนหรือขงเบ้ง เขาจะให้ลกซุนอ่านจดหมายและช่วยเปลี่ยนคำพูดที่จำเป็นให้ดูเหมาะสม จึงค่อยปิดผนึกจดหมายและส่งจดหมาย

ในปี ที่ 7 (AD 228) ซุนกวนสั่งให้จิวหองเจ้าเมือง Poyang ใช้อุบายหลอกโจฮิว แม่ทัพใหญ่ของวุย โจฮิวหลงกลนำทัพสู่อ้วนเซีย ซุนกวนจึงตั้งลกซุนเป็นแม่ทัพใหญ่และพระราชทานขวานทองคำ สั้งให้เขานำทัพต่อสู้โจฮิว เมื่อโจฮิวรู้ว่าเขาโดนหลอก เขาก็ละอายเกินกว่าจะยกทัพกลับ คิดว่ากองทัพเขามีไพร่พลเยอะกว่าและเสบียงอาหารก็พร้อมพรัก เขาจึงเลือกที่จะนำทัดโจมตีทัพลกซุน ลกซุนนำทัพใหญ่ด้วยตัวเอง สั่งให้จูหวนและจวนจ๋องนำทัพซ้ายขวา เข้าตีพร้อม ๆ กัน ทัพโจฮิวเสียทีจากการซุ่มโจมตีจึงถอยทัพโดยมีทัพง่อตามไล่ตีจนถึง Jiashi ที่ซึ่งทหารวุยถูกฆ่าตายหลายพันคนและยังทิ้งขบวนขนส่งเสบียงและอาวุธมากมาย ข้าวของเครื่องใช้ของทัพวุยโดนฝ่ายง่อยึดได้หมดสิ้น ระหว่างที่โจฮิวยกทัพกลับ เขาตายเนื่องจากแผลอักเสบที่หลัง ลกซุนจัดกำลังทัพใหม่ และเมื่อเขาเดินทางผ่านไปที่บู๊เฉียง ซุนกวนสั่งการให้คนกางเศวตฉัตรของเขาให้แก่ลกซุนตลอดเวลาที่เขาอยู่ในวัง หลวง และยังมอบเครื่องหลวงและวัตถุล้ำค่าหายากหลายอย่าง เกียรติยศที่ลกซุนได้รับไม่เคยมีใครได้รับเลยในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นลกซุนก็ย้ายกลับไป Xiling (หรือเมืองอิเหลงเดิม)

ในปี Huang Long ที่หนึ่ง (AD229) ลกซุนถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพขวา ในปีนั้น ซุนกวนเดินทางไปเกี๋ยนเงียบ เพื่อควบคุมการทำรังวัดเพื่อสร้างพระราชวังใหม่ ทิ้งรัชทายาทและลูกคนอื่นและขุนนางต่าง ๆ ไว้ที่ง่อ ซุนกวนเรียกตัวลกซุนกลับมาช่วยรัชทายาท ในขณะที่ลกซุนรักษาการที่เกงจิ๋วและหัวเมืองทั้งสามของอิเจี๋ยง และดูแลกิจธุระภายในภายนอก ในตอนนั้น Sun Lu พระยาแห่ง Jiangchang ลูกคนที่สองของซุนกวน ได้สร้างโรงเลี้ยงสำหรับการต่อสู้เป็ด (?????)อย่างหรูหราขึ้นในจวนของเขา ลกซุนพูดตำหนิเขาว่า นายท่าน ท่านควรจะศึกษาตำราเพิ่มพูนความรู้ของท่าน ทำไมถึงได้ทำตัวเสเพลอย่างนี้ Sun Lu จึงสั่งให้ทำลายโรงแข่งขันนั้นทันที Sun Song (ลูกของซุนเซียง ลูกคนที่สามซุนเกี๋ยน) ขุนพลควบคุมพลธนู หนึ่งในลูกหลานคนโปรดของซุนกวน เขาปล่อยให้ลูกน้องของเขากินเหล้าเมามาย วินัยทหารหย่อนยาน ลกซุนจึงทำโทษโกนหัวลูกน้องของเขาต่อหน้าเขา และเมื่อ Xie Jing แห่งลำหยงผู้ที่เลื่อมใสคำสอนของเล่าหงี เกี่ยวกับการลงโทษมาก่อนการใช้ความกรุณา (การใช้พระเดชสำคัญกว่าพระคุณ) ลกซุนดูถูก Xie Jing ว่า การให้ความหวังกำลังใจควรพิจารณาก่อนการลงโทษเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาเป็นเวลา นาน เล่าหงีทำผิดที่บิดเบือนคำสอนนักปราชญ์ยุคก่อนโดยการทำตรงข้าม ท่านเองรับราชการในสังกัดรัชทายาท ท่านควรจะปฏิบัติตัวตามคำสอนที่เน้นความเมตตาและศีลธรรมและพยายามสอนคนอื่น เรื่องความกรุณาด้วย ส่วนคำสอนเหล่านั้นของเล่าหงีไม่ควรเอ่ยถึงอีก (ลกซุนนั้นศึกษาวิธีทางของขงจื้อ ที่กล่าวว่า ถ้าปกครองผู้คนโดยกฎหมาย และบังคับใช้ด้วยการลงโทษ ผู้คนก็จะหลีกเลี่ยงการทำผิด เพราะพวกเขาไม่อยากถูกลงโทษ ไม่ใช่เพราะความละอายใจในการทำผิด ถ้าชาวบ้านถูกกระตุ้นโดยการปกครองด้วยศีลธรรมและความประพฤติชอบ มีขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีสำหรับสิ่งที่ควรพึงปฏิบัติ ชาวบ้านก็จะอยากเป็นคนดี เพราะเขามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี รู้จักละอายใจเมื่อทำผิด)

แม้ว่าลกซุนจะรักษาการไกลจากเมืองหลวง แต่เขาก็ยังเฝ้าระวังกิจต่าง ๆ ของก๊กง่อ เขาแสดงความเห็นของเขาต่อการบริหารบ้านเมืองในเวลานั้นว่า ข้าลกซุน ข้ารับใช้ของท่านรู้สึกว่า กฎหมายของง่อนั้นเข้มงวดและไม่ยืดหยุ่น ทำให้คนจำนวนมากถูกกล่าวหาจากความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายปีมานี้ แม่ทัพและขุนนางต่างเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมาย แม้ว่าพวกเขาควรที่จะถูกลงโทษจากการไม่ใส่ใจในหน้าที่ แต่แผ่นดินยังไม่สงบเรียบร้อย เราควรจะมองข้ามความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปสนใจสร้างขวัญกำลังใจในหมู่ขุนนางเพื่อการใหญ่ดีกว่า ยิ่งกว่านั้นการมีคนดีมีฝีมือนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ และความผิดที่เขาทำเกิดจากความไม่ตั้งใจและไม่ใช่คนเลวโดยสันดานและเป็นความ ผิดเล็กน้อยสามารถอภัยให้ได้ ข้าเสนอให้ท่านคืนตำแหน่งให้กับแม่ทัพขุนนางที่ทำผิด ให้เขาได้ใช้ความสามารถของเขาเพื่อรับใช้พระมหากรุณาธิคุณของท่าน

นี่ คือเหตุผลว่าทำไมเหล่านักปราชญ์และฮ่องเต้สามารถสร้างอาณาจักรขึ้นมาได้ เพราะว่าเขาอภัยความผิดของผู้อื่นและจดจำสิ่งที่ลูกน้องเขาเสียสละอุทิศตัว เพื่อเขา ในอดีต พระเจ้าฮั่นโกโจ (หลิวปัง) ไม่พิจารณาข้อกล่าวหาของ Chen Ping (Chen Ping เป็นลูกน้องคนสำคัญของเซี่ยงหวี่) แต่ใช้ความสามารถของเขามาสร้างราชวงศ์ฮั่นและรวบรวมประเทศจีน

ซุนกวนต้องการที่จะส่งกองทัพไปยึด Yizhou (ใต้หวัน)และ Zhuya เขาขอคำแนะนำจากลกซุน ลกซุนเขียนจดหมายถึงซุนกวนว่า

ข้า น้อยซุนกวน ข้ารับใช้ของนายท่าน ข้าคิดว่าดินแดนในการปกครองของเรานั้นยังไม่สงบเรียบร้อยดี เราควรที่จะสร้างความมั่นคงให้ดินแดนภายในเราก่อน กองทัพเราเสียหายทำสงครามรบพุ่งเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน นายท่านเองวิตกกังวลเฝ้าวางแผนที่จะโจมตี Yizhou จนแทบไม่กินไม่นอน เมื่อข้าพิจารณาเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แทบไม่เห็นประโยชน์จากการโจมตีนี้เลย การส่งกองทัพเราไปดินแดนที่ห่างไกล เราไม่สามารถคาดการณ์ฟ้าฝนได้ การที่ทหารอยู่ในที่ผิดถิ่น ทหารของเราอาจล้มป่วยได้ ถ้าเราส่งทหารเราไปแดนเถื่อนอย่างนั้น เราจะสูญเสียมากกว่าจะได้ ยิ่งกว่านั้น Zhuya เป็นดินแดนอันตราย ชนพื้นเมืองไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า การยึดครองดินแดนนั้น ไม่มีประโยชน์อะไรกับเราเลย และถ้าเราไม่ทิ้งทหารรักษาการไว้ที่นั่น เราก็ไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้

ก๊กง่อเรามีกำลังทหารและทรัพยากรมาก พอที่จะครอบครองแผ่นดินจีนได้ สิ่งที่เราควรทำคือรักษาความแข็งแกร่งของกองทัพและนำมาใช้ในการรบที่เหมาะสม เมื่ออ๋องฮวน(ซุนเซ็ก) สร้างรากฐานตระกูลซุน เขาไม่ได้สร้างแต่กองทัพ แต่เขาสร้างการปฏิบัติเพื่อความสำเร็จด้วย นายท่านได้รับมอบอำนาจจากท่านซุนเซ็กและสร้างอาณาจักรโดยอาศัยแม่น้ำแยงซี ช่วย ข้าได้ยินว่าความน่าเกรงขามของกองทัพอยู่ที่การปราบปรามกบฏผู้ร้าย การอุตสาหกรรมเบื้องต้นคือการทำการเพาะปลูกเพื่ออาหารและการผลิตผ้าไหมเพื่อ เครื่องนุ่งห่ม ในเวลานี้ บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย ชาวบ้านยังหิวโหยและหนาวเหน็บ ความเห็นอันต่ำต้อยของข้าเห็นว่า เราควรจะให้ประชาชนได้อยู่อย่างสงบสุข การลดค่าเช่าและภาษี เราจะได้ความจงรักภักดีจากประชาชนและความปรองดองในก๊กเรา ด้วยวิธีนี้ดินแดนลุ่มแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำวุย จะกลายเป็นของเราและสวรรค์จะลิขิตให้เราได้ครองเมืองจีน อย่างไรก็ตาม ซุนกวนยังทำตามแผนเข้าโจมตี Yizhou และผลตอบแทนจากสงครามนั้นไม่สามารถทดแทนสิ่งที่ทัพง่อเสียไปในสงครามได้

เมื่อ กองซุนเอี๋ยนได้หักหลังการเป็นพันธมิตรกับง่อ ซุนกวนต้องการจะเร่งระดมทัพเข้าต่อสู้กับเขา แต่ลกซุนให้คำแนะนำว่า กองซุนเอี๋ยนอาศัยความได้เปรียบทางภูมิประเทศและการป้องกันที่แข็งแกร่ง จึงกล้าที่จะกักตัวฑูตของเราไว้ และยังไม่ส่งม้าชั้นดีมาเป็นบรรณาการให้แก่พวกเรา การกระทำนี้รับไม่ได้และน่ารังเกียจ พวกคนเถื่อนก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาจะก่อกวนความสงบในภาคกลางเสมอ โง่เง่าและไม่ใส่ใจขนบธรรมเนียมประเพณีของเรา เหมือนดังสัตว์ป่าที่ซ่อนตัวในป่า ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับเรา การกระทำของพวกมันจะทำให้นายท่านโกรธเกรี้ยว ปรารถนาที่จะเสี่ยงบุคลากรที่มีค่าของนายท่านและล่องเรือข้ามทะเลอันกว้าง ใหญ่ ไม่สนใจอันตรายและผลลัพท์ที่ตามมา

ในยุคนี้ประเทศเราเต็มไป ด้วยความสับสนวุ่นวาย เจ้าเมืองต่าง ๆ พากันสู้รบกันเหมือนดั่งเสือร้าย ความกล้าหาญและโหดเหี้ยมของมนุษย์ทวีขึ้น เมื่อคนเราเห็นผู้อื่นเป็นศัตรูไปหมด นายท่านนั้นมีบุญญาธิการและความสามารถอันเยี่ยมยอด ท่านได้รับลิขิตสววรค์ให้เอาชนะโจโฉที่เซ็กเพ็ก ปราบเล่าปี่ที่อิเหลง จับตัวกวนอูที่เกงจิ๋ว พวกเขาเหล่านี้เป็นวีรบุรุษและอัจฉริยะในยุคของเรา ท่านสามารถมีชัยเอาชนะพวกเขาได้ ประชาชนในรัศมีหมื่นลี้ล้วนแต่อ่อนน้อมต่อกฎระเบียบของเรา เหมือนต้นอ้อที่ลู่ลม เวลานี้เป็นเวลาที่เราจะสนใจดินแดนภาคกลาง นำสันติสุขและรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง ไม่ควรเสี่ยงกับการคุมคามเล็กน้อยเช่นนี้ นายท่านแสดงความโกรธเหมือนสายฟ้าฟาด ไม่ใส่ใจคำเตือนของผู้ใหญ่ นายท่านกำลังเอาเกียรติยศที่สั่งสมมาไปเสี่ยง

นายท่านเคยได้ยิน สุภาษิตหรือไม่ ว่าชายที่ตัดสินใจจะเดินหมื่นลี้ย่อมไม่หยุดกลางทาง คนที่ตั้งใจเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ย่อมไม่ยอมให้เรื่องเล็กมาขวางแผนการใหญ่ ข้าศึกที่แข็งแกร่งนอกชายแดนเรา โจรกบฏต่าง ๆ ในดินแดนของเรา สมควรแล้วหรือที่นายท่านจะยกทัพเรือไปโจมตีที่ ๆ ห่างไกล ซึ่งจะล่อให้ศัตรูของเราให้เข้าโจมตี เมื่อนายท่านมาคิดถึงอันตรายที่มาถึง เมื่อนั้นก็สายเกินกว่าจะเสียใจ

ถ้าเราสามารถรวมแผ่นดินให้เป็น หนึ่งได้ กองซุนเอี๋ยนก็จะมาสิโรราบต่อหน้าท่านเอง นายท่านปรารถนาอาณาประชาราษฎร์และม้าชั้นดีจากเลียวตั๋ง แต่เพื่อสิ่งเหล่านั้นท่านจะยอมเสียความมั่นคงในดินแดนตอนใต้ไปหรือ ข้าน้อยขอวิงวอนให้ท่านยุติการเตรียมท่านโดยเร็วที่สุด มุ่งเป้าไปที่ศัตรูสำคัญของเราเท่านั้น เราจะสามารถรวบรวมแผ่นดินทางกลางได้โดยเร็วและนำความสันติมาสู่ดินแดนนี้นับ ชั่วพันปี ซุนกวนเห็นด้วยกับข้อเสนอของลกซุนและเลิกล้มความคิดไปตีกองซุนเอี๋ยน

ใน ปี Jiahe ที่ 5 ซุนกวนนำทัพบุกขึ้นเหนือ และส่งลกซุนกับจูกัดกิ๋นเข้าโจมตีซงหยง ลกซุนส่ง Han Bian ลูกน้องที่ตัวเองไว้ใจนำสารไปให้ซุนกวน แต่ระหว่างทางกลับ Han Bian โดนศัตรูพบเห็นและถูกจับได้ที่ Mianzhong เมื่อจูกัดกิ๋นรู้ข่าว ตกใจมากและเขียนจดหมายถึงลกซุนบอกว่า ซุนกวนได้ถอยทัพกลับไปแล้ว ข้าศึกก็จับตัว Han Bian ไว้ ศัตรูต้องได้ข้อมูลทางทหารที่สำคัญจาก Han Bian ยิ่งกว่านั้นแม่น้ำก็เริ่มจะลดระดับ แห้งลงเรื่อย ๆ นี่ควรเป็นเวลาที่เราจะเร่งรีบถอยทัพ ลกซุนไม่ตอบจดหมายจูกัดกิ๋นแต่กลับควบคุมให้ทหารปลูกถั่วปลูกผักและเล่าหมาก รุกและเกมอื่น ๆ กับลูกน้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จูกัดกิ๋นรู้เข้าจึงบอกว่า ท่านลกซุนเป็นอ้จฉริยะบุรุษ การทำเช่นนี้ต้องมีแผนแอบแฝงอยู่เป็นแน่แท้ เขาจึงเดินทางไปหาลกซุน ลกซุนจึงบอกจูกัดกิ๋นว่า ข้าศึกรู้ว่าซุนกวนยกทัพกลับไปแล้ว พวกเขาจึงไม่กังวลกับทัพซุนกวนอีกต่อไปและจะหันมารวมกำลังทหารเพื่อรับมือ เรา และได้วางกำลังป้องกันจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ไว้แล้ว ขวัญกำลังใจของทัพเรากำลังสั่นคลอน เราควรที่จะตั้งทัพต่อไปเพื่อลดความกลัวของทหารฝั่งเรา หลังจากนั้นค่อยวางแผนหาวิธีถอยทัพ ถ้าเราแสดงท่าทีอะไรว่าจะถอยทัพในตอนนี้ ศัตรูจะคิดว่าเรากลัวและจะไล่โจมตีทหารเรา ซึ่งจะทำให้ทัพเราพ่ายแพ้แน่

ดัง นั้น ลกซุนและจูกัดกิ๋นจึงวางแผนการถอยทัพอย่างลับ ๆ จูกัดกิ๋นรับหน้าที่คุมทัพเรือ ส่วนลกซุนคุมทัพบก ทั้งสองแกล้งทำเป็นจะยกทัพเข้าตีเมืองซงหยง ทหารฝั่งง่อซึ่งกลัวในกิตติศัพท์ของลกซุนเมื่อรู้ข่าว ก็ถอยทัพกลับเข้าไปป้องกันในเมือง จูกัดกิ๋นจึงนำทัพเรือเข้าเทียบฝั่ง ลกซุนทำการจัดกองทัพอย่างช้า ๆ แสดงความสามารถของทัพเขา แล้วก็เดินทัพขึ้นทัพเรือของจูกัดกิ๋น ข้าศึกไม่กล้าที่จะไล่โจมตี เมื่อกองทัพมาถึง Baiwei ลกซุนบอกว่าจะหยุดพักที่นี่เพื่อล่าสัตว์หาเสบียงเพิ่มเติมแล้วส่งแม่ทัพ Zhou Jun Zhang Liang และแม่ทัพคนอื่นเข้าบุก Xinshi Anlu และ Shiyang และบางตำบลของกังแฮ ในตอนนั้นเมือง Shiyang ต่างวุ่นวายจากการมาถึงอย่างไม่คาดหมายของทัพ Zhou Jun ชาวบ้านต่างพากันทิ้งบ้านช่องทรัพย์สินพากันหลบเข้ากำแพงเมือง เนื่องจากชาวบ้านต่างพากันแย่งกันเข้าเมือง เหตุการณ์ชุลมุนนั้นกีดขวางทำให้ไม่สามารถปิดประตูเมืองได้ ทหารฝ่ายวุยจำเป็นต้องฆ่าประชาชนของตัวเมืองเพื่อต้องการจะปิดประตูเมือง ทหารฝ่ายง่อเองก็ฆ่าชาวบ้านและจับกุมได้นับพันคน ชาวบ้านที่ถูกจับเป็นได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้ทหารทำร้ายพวกเขา ชาวบ้านที่อพยพครอบครัวมาขอความช่วยเหลือก็ได้รับการดูแล คนที่สูญเสียภรรยาและบุตรก็จะมอบเสื้อผ้าและอาหารก่อนจะปล่อยตัว มีชาวบ้านบางคนที่ประทับใจการกระทำนี้ พวกเขาจึงนำครอบครัวอพยพมาอยู่ก๊กง่อ ในตำบลข้างเคียงหลายที่ชาวบ้านบางคนก็ย้ายมาอยู่ฝั่งง่อ
(เรื่องนี้ Pei Songzhi ผู้เรียบเรียงจดหมายเหตุของเฉินโซ่ว กล่าวตำหนิลกซุนอย่างรุนแรง แม้ว่าลกซุนจะกังวลใจที่ทัพซุนกวนยกทัพกลับไปแล้ว ข้าศึกจึงรวมกำลังมารับมือเขา แต่เขาก็ได้ใช้แผนการจนถอยทัพได้อ่างปลอดภัยแล้ว ทำไมถึงยังส่งคนไปบุกตำบลเล็ก ทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนและถูกฆ่าตาย การจับชาวบ้านพันคนก็แทบไม่มีผลใดเลยกับวุยก๊ก มันเป็นการกระทำอันโหดร้ายที่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เมื่อเปรียบเทียบกับขเล้งที่บุกวุย ขงเบ้งยึดหลักสงครามโดยไม่ละเลย ไม่ทำลายผู้บริสุทธิ์ การช่วยเหลือชาวบ้านหลังจากการบุกโจมตี ก็ไม่ต่างอะไรกับการช่วยลูกนกหลังจากทำลายรังทิ้ง สิ่งที่มอบให้ไม่สามารถเทียบได้กับการสูญเสียของชาวบ้านเหล่านั้น) Zhao Zhuo ขุนนางของกังแฮ Pei Sheng แม่ทัพรักษาการณ์ Geyang รวมทั้ง Mei Yi ผู้นำชนเผ่าในแถบนั้นก็เป็นพวกหนึ่งที่พาคนของตัวเองย้ายมาฝั่งง่อด้วย ลกซุนก็มอบทรัพย์ให้แก่พวกเขา

Lu Shi เจ้าเมืองกังแฮของวุย ได้รับคำสั่งให้ก่อกวนความสงบแถบชายแดนง่อ จนวันหนึ่งเขาได้เกิดมีปากเสียงกับบุนฮิวลูกของแม่ทัพบุนเพ่ง เมื่อลกซุนรู้เรื่องนี้ เขาแกล้งปลอมจดหมายตอบกลับ Lu Shi ว่า หลังจากข้าได้รับจดหมายของท่าน ข้ารู้ดีว่าท่านนั้นจริงใจ ข้ายังรู้อีกว่าท่านและบุนฮิวนั้นผิดใจกันและคงไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อท่านพิจารณาจะแปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายง่อ ข้าได้ส่งจดหมายท่านอย่างลับ ๆ เข้าไปที่เมืองหลวงง่อแล้ว และยังได้เตรียมคนของข้ารอคอยการมาของท่าน ขอท่านได้โปรดเตรียมการโดยเร็วและแจ้งให้ข้าทราบด้วยว่าท่านจะสวามิภักดิ์มา เมื่อใด ลกซุนส่งคนนำจดหมายไปทิ้งไว้แถวชายแดน เมื่อทหาร Lu Shi นำจดหมายนั้นมาให้ Lu Shi อ่าน เขาก็หวาดกลัวอย่างมาก จึงส่งลูกเมียของเขากลับไปเมืองลกเอี๋ยงพยายามพิสูจน์ว่าเขาไม่รู้เห็นด้วย แต่หลังจากนั้นเพื่อนฝูงและลูกน้องเขาก็ตีตัวออกห่าง และ Lu Shi ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองกังแฮ

ในปี Jiahe ที่หก Zhou Di แม่ทัพป้องกันราชวังได้ขอคำสั่งเพื่อเกณฑ์ทหารที่เมืองกวนหยง ซุนกวนถามความเห็นลกซุน ลกซุนรู้สึกว่าเมืองกวนหยงมีแนวว่าจะเกิดจลาจลและชาวเมืองก็ไม่เคารพกฎหมาย บ้านเมือง การเกณฑ์ทหารจึงไม่ควรทำ อย่างไรก็ตาม Zhou Di ได้ทำการเกณฑ์ทหาร เป็นผลให้ Wu Ju นำชาวเมืองกวนหยงก่อกบฏและฆ่า Zhou Di ยึดหัวเมืองหลายเมือง ที่อิเจี๋ยงและ Luling ชาวเมืองก่อความวุ่นวายหลังจากได้ข่าวการก่อกบฏของ Wu Ju เมื่อลกซุนได้ข่าว เขาก็นำทัพปราบกฎและได้ชัยในที่สุด Wu Ju และผู้นำคนอื่นยอมแพ้ ลกซุนจึงนำพวกเขาเข้าร่วมในกองทัพ ทำให้มีทหารเพิ่มขึ้นกว่าแปดพันคนและทำให้หัวเมืองทั้งสามสงบสุขอีกครั้ง

ใน เวลานั้น Lu Yi หัวหน้าบรรณาธิการหลวง ผู้มีหน้าที่รวบรวมบันทึกเอกสารต่าง ๆ ได้ใช้อำนาจของเขาในทางที่ผิด ลกซูน และ พัวโยยก็ถูกกล่าวหาจาก Lu Yi ว่าประพฤติมิชอบ ทั้งสองได้ขอร้องให้ซุนกวนพิจารณาคดีอีกครั้ง ในที่สุด ซุนกวนก็ตัดสินประหารชีวิต Lu Yi จากการใส่ร้ายของเขา ซุนกวนตำหนิตัวเองอย่างมากที่ปล่อยให้ Lu Yi ใส่ร้ายขุนนางผู้บริสุทธิ์

เวลา เดียวกันนั้น Xie Yuan และ Xie Gong และขุนนางคนอื่นได้เสนอการเพิ่มภาษีเพื่อเพิ่มรายได้เข้าคลังหลวง ซุนกวนถามความเห็นลกซุน ลกซุนจึงวิเคราะห์ให้ซุนกวนฟังว่า บ้านเมืองนั้นมีรากฐานมาจากประชาชน ความมั่นคงของบ้านเมืองเกิดจากแรงงานของประชาชน ความมั่งคั่งของบ้านเมืองก็มาจากภาษีของประชาชน ไม่เคยมีปรากฏในยุคใดว่าชาวบ้านร่ำรวยในขณะที่ราชสำนักยากจน และไม่เคยปรากฏว่าชาวบ้านยากจนในขณะที่ราชสำนักร่ำรวย ดังนั้นในการสร้างความสงบสันติของบ้านเมืองนั้นอยู่ที่การชนะใจชาวเมือง การจลาจลและกบฏนั้นเกิดจากการสูญเสียแรงสนับสนุนจากประชาชน ยิ่งกว่านั้น มันเป็นการยากที่จะให้ประชาชนเสียสละเพื่อบ้านเมืองในสิ่งที่เขาไม่เห็นผล ของมัน ในบันทึกซือจิง Shih Ching (The book of Odes รวมบทกวีจีนช่วง 1000 -500 ปีก่อนคริสตศักราช) มีกล่าวไว้ว่า ผู้ใดทำคุณประโยชน์แก่ชาวเมือง ผู้นั้นจะได้รางวัลใหญ่ยิ่งในสวรรค์ ข้าขอวิงวอนนายท่านได้โปรดแสดงพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรของพระองค์ ได้โปรดละเว้นการเพิ่มภาษีเพราะทรัพย์สมบัติในคลังหลวงก็ยังมีมากมายในช่วง สองสามปีมานี้

ในปี Chiwu ที่ 7 ลกซุนขึ้นครองตำแหน่งไจเสี่ยงแทนโกะหยงที่เสียชีวิต ประกาศราชโองการมีว่า

แม้ ว่าตัวข้าจะด้อยวาสนาและไร้ความสามารถ แต่ด้วยลิขิตสวรรค์ให้ข้าได้ครอบครองราชบัลลังค์ บ้านเมืองเรานั้นยังไม่อาจรวมเป็นหนึ่ง อาชญากรรมและโจรผู้ร้ายยังมีมากมาย ตัวข้าวิตกทั้งวันและคืนไม่สามารถหาเวลามาพักผ่อน

แต่ท่านนั้นมี ความสามารถและชาญฉลาดอย่างใหญ่หลวง ความชอบธรรมของท่านเป็นที่ปรากฏแก่สายตาคนทั่วไป แม้ว่าท่านจะถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ ท่านก็ได้ช่วยส่งเสริมคุณความดีของแผ่นดิน และขับไล่ศัตรูของแผ่นดินนี้ เป็นความจริงที่ว่า บุคคลผู้มีความสามารถพิเศษจะมีชื่อเสียงเกียรติยศไม่รู้จักจบสิ้น บุคคลผู้เชี่ยวชาญการสงครามและบริหารบ้านเมืองจะได้รับหน้าที่ดูแลแผ่นดิน เช่นในอดีต Yi Yin ได้เพิ่มอำนาจให้แก่ราชวงศ์ Shang (Yi Yinแม้ว่าจะเป็นเพียงทาสที่เผ่า Youxin ส่งมาเป็นของขวัญให้ Tang หัวหน้าก๊ก Shang เนื่องในโอกาสที่เขาแต่งงาน แต่ Tang ได้ประจักษ์ความสามารถของ Yi Yin และใช้สอยเขาในกิจการบ้านเมือง ด้วยความสามารถของเขาสามารถทำให้ราชวงศ์เซี่ย ล่มสลายและก่อตั้งราชวงศ์ Shang ได้) และ Lu Shang ได้ช่วยเสริมอำนาจราชวงศ์ Zhou (Lu Shang หรือ Jiang Shang เป็นเพียงสามัญชนผู้สูงอายุคนหนึ่ง ก่อนที่ อ๋อง Wen แห่ง Zhou จะค้นพบเขาและตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษา Jiang Shang ช่วยอ๋อง Wu ลูกชายอ๋อง Wen ล้มราชวงศ์ Shang และตั้งราชวงศ์ Zhou) เช่นเดียวกับตัวท่าน สมควรได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลกิจการภายนอกและภายในบ้านเมือง และในวันนี้ข้าซุนกวนขอแต่งตั้งท่านลกซุนให้เป็นไจเสี่ยง และอำนาจควบคุม Fu Chang และตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการ ข้าได้ส่งตราตั้งตำแหน่งให้แก่ท่าน ข้าไว้ใจในตัวท่านว่าจะช่วยดำรงความชอบธรรมของเราและช่วยให้เราบรรลุในสิ่ง ที่เราต้องการในการรวบรวมแผ่นดิน ขอให้ท่านรับตำแหน่งเหนือขุนนางใหญ่ทั้งสามนี้ และเป็นคนผู้ที่จะตักเตือนเหล่าขุนนางทั้งหลาย ท่านจะได้รับการชื่นชมในตำแหน่งหน้าที่ของท่าน และให้คงตำแหน่งเจ้าเมืองบู๊เฉียงไว้ดังเดิม

ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น มีตำแหน่งขุนนางว่างในสังกัดขององค์ชายสองคน ซุนโหลูกคนที่สองของซุนกวน และ Sun Ba ลูกคนที่สาม บรรดาขุนนางต่าง ๆ พากันเสนอลูกหลานของตัวเองเข้าอยู่ในสังกัดขององค์ชายทั้งสองคน จวนจ๋องเองก็แจ้งให้ลกซุนได้รู้ ลกซุนจึงว่าบรรดาลูกหลานขุนนางเหล่านั้น ถ้าผู้ใดมีความสามารถก้ไม่ต้องห่วงว่าตัวเองจะไม่ได้ถูกแต่งตั้ง ดังนั้นไม่ควรที่จะใช้เส้นสายในการนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียในภายหลังเมื่อองค์ชายพบว่าคนที่ใช้เส้นสายนั้นไม่มี ความสามารถ ยิ่งกว่านั้น ระหว่างองค์ชายสองคนที่มีอำนาจพอ ๆ กันนั้น ขุนนางที่ฉลาดพอย่อมไม่นำตัวเองไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสอง ฝ่ายทะเลาะกัน

อย่างไรก็ดี จวนกี๋ลูกของจวนจ๋องได้เข้าร่วมเป็นขุนนางในสังกัดของ Sun Ba อ๋องแห่ง Lu และช่วยองค์ชายวางแผนจะช่วงชิงความเป็นรัชทายาทจากซุนโห (ซุนโหได้รับการแต่งตั้งจากซุนกวนให้เป็นรัชทายาท แต่ซุนกวนได้แสดงออกมาหลายครั้งว่าเขาเองชื่นชอบ Sun Ba ทำให้ Sun Ba คิดแย่งตำแหน่งรัชทายาท เมื่อทั้งสองมีเรื่องขัดแย้งกัน ผลสุดท้าย Sun Ba ถูกราชโองการบังคับให้ฆ่าตัวตาย ส่วนซุนโหเองถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาท) ลกซุนจึงเขียนจดหมายไปเตือนจวนจ๋องว่า ขอให้ดูตัวอย่าง Mi Di (ขุนนางผู้ใหญ่ในสมัยฮ่องเต้ฮั่นบู๊เต้ ราชวงศ์ฮั่น ลูกของเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลองค์ชาย แต่กลับเสพสุราละเลยหน้าที่ จน Mi Di ต้องสั่งให้ประหารลูกชายตัวเอง) ขอให้ท่านช่วยตักเตือนจวนกี๋ด้วย สหายข้า ท่านกำลังชักนำภัยพิบัติสู่ครอบครัวของท่าน จวนจ๋องไม่รับฟังคำแนะนำของลกซุน และเขาทั้งสองก็หมางเมินต่อกัน ดังนั้นในเวลาต่อมาจากการวางแผนของ Sun Ba ฐานะรัชทายาทของซุนโหจึงสั่นคลอน ลกซุนจึงเขียนจดหมายถึงซุนกวนว่า รัชทายาทนั้นเป็นทายาทที่ชอบธรรม และควรจะมีฐานอำนาจที่มั่นคง ในขณะที่ Sun Ba ในฐานะองค์ชายองค์รอง ควรที่จะทำให้รู้ว่าฐานะของเขานั้นต่ำต้อยก่วาโดยให้อำนาจเขาน้อยกว่าองค์ รัชทายาท ถ้าขุนนางทั้งหมดได้รับทราบลำดับฐานะของทั้งสอง ขุนนางต่าง ๆ ก็จะสงบและยอมรับโดยดี ข้าเองยอมโขกศีรษะจนเลือดไหลเพื่อวิงวอนต่อนายท่านได้โปรดพิจารณาด้วย ลกซุนส่งจดหมายเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงซุนกวน ขออนุญาตเพื่อประกาศให้ผู้คนในเมืองหลวงเพื่อพูดถึงสิทธิ์อันชอบ
ธรรมของ ลูกคนโต เพื่อแก้ไขในสิ่งที่ผิด ลกซุนไม่เคยได้รับอนุญาตจากซุนกวน ยิ่งกว่านั้น หลานของลกซุน Gu Tan Gu Cheng และ Yao Xin ได้ถูกเนรเทศจากสัมพันธ์ของพวกเขากับรัชทายาท งอซัน ราชครูของรัชทายาทถึงส่งเข้าคุมและสังหารหลังจากถูกจับได้ว่ามีความติดต่อ กับลกซุน ซุนกวนปลดลกซุนจากตำแหน่งและส่งขุนนางไปตำหนิลกซุนครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ลกซุนก็ถึงแก่ความตายในวัย 63 ปี หลังจากเขาตาย เขามีทรัพย์สมบัติไม่มากนักเหลือให้แก่ลูกหลาน

ก่อนหน้านั้น เมื่อ Ji Yan ได้เสนอให้มีการสร้างพระราชวังใหม่ ลกซุนไม่เห็นด้วยและทำนายว่าจะเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง และเขายังเคยกล่าวแก่จูกัดเก็กว่า ตัวข้านั้นจะเคารพและปฏิบัติต่อขุนนางยศสูงกว่าด้วยความเคารพ และให้ความช่วยเหลือพวกเขา กับขุนนางที่ต่ำต้อยกว่า ข้าจะสนับสนุนและเลื่อนตำแหน่งพวกเขา แต่ตัวเจ้ากลับคุกคามขุนนางที่ยศสูงกว่าเจ้าและดูถูกขุนนางที่ต่ำต้อยกว่า นี่ไม่เป็นสิ่งดีสำหรับการสร้างความมั่นคงในหน้าที่การงานของเจ้า ลกซุนยังได้ทำนายว่า Yang Zhu แห่งกองเหลงซึ่งมีชื่อเสียงตั้งแต่เด็ก ว่าจะมีหายนะในที่สุด และแนะนำ Yang Mu พี่ชายของเขาให้ตัดขาดเขาจากตระกูล การคาดการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ของลกซุนที่มองการณ์ไกล ลกซุนมีบุตรชายสองคน ลกเอี๋ยนบุตรคนโตตายตั้งแต่แบเบาะ ส่วนลูกคนที่สอง ลกข้องกลายเป็นทายาทสืบทอดของเขา ในสมัยของซุนฮิว ลกซุนได้รับการแต่งตั้งเป็นพระยาแห่งความฉลาดหลักแหลม

Comments

comments

kazama หรือบางคนอาจจะเรียกว่า ซุนเซ็ก ตามชื่อที่ตั้งในเว็บบอร์ดสามก๊กเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากซุนเซ็กเป็นบุคคลในสามก๊กที่ประทับใจมากที่สุด จากอ่านสามก๊กฉบับพระยาคลัง(หน) ครั้งแรก แทนที่จะชอบคนในก๊กเล่าปี่อย่าง กวนอู เตียวหุย จูล่งหรือขงเบ้ง ผมกลับชอบ ซุนเซ็ก ทำให้หลงรักในง่อก๊ก และเมื่อได้อ่านสามก๊กของ Dr. Rafe de Crespigny ก็ได้เปลี่ยนมุมมองสามก๊กของผมไปตั้งแต่นั้นมา...